คำขวัญกรมส่งเสริมการเกษตร.......... มีคนอยู่ทั่วทิศ........เป็นมิตรแท้ของเกษตรกร....
 
 
 
 

 

 

 

1.ชื่อเรื่อง   ขนมทองม้วน

2.ชื่อผู้ร่วมดำเนินการจัดการความรู้               

2.1  ชื่อผู้บริหาร  นายสมาน ขอดจันทึก  เกษตรอำเภอโนนสูง                

2.2  ชื่อสกุลผู้ดำเนินการ  นางสิริพร หมีทอง  นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร 6 ว                

2.3  ชื่่อสกุลผู้จดบันทึก  นายพรชัย เครื่องกลาง  เ้จ้่าพนักงานการเกษตร 6

2.4  ชื่่อสกุลเจ้าขององค์ความรู้  นางปราณี รัดกลาง บ้านเลขที่ 187  หมู่ที่ 7   ตำบลลำคอหงษ์   อำเภอโนนสูง  จังหวัดนครราชสีมา

3.วันเดือนปี  ที่ดำเนินการจัดการความรู้    11  มิถุนายน  2551

4.  สถานที่ดำเนินการจัดการความรู้  ที่ทำการวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านหนองเครือชุด  หมู่ที่ 7  ตำบลลำคอหงษ์่  อำเภอโนนสูง  จังหวัดนครราชสีมา

5.   บทนำ   

           กลุ่มสตรีแม่บ้านเกษตรกรหนองเครือชุด   หมู่ที่ 7 บ้านหนองเครือชุด   ตำบลลำคอหงษ์  อำเภอโนนสูง  จังหวัดนครราชสีมา ได้จัดตั้ง เมื่อวันที่ 25 เดือนกรกฏาคม  พ.ศ. 2549  และได้จดทะเบียนเป็นกลุ่มวิสาหกิจ มีสมาชิก จำนวน 12 คน โดยมีกิจกรรมเสริมสร้างขีดความสามารถขององค์กรเกษตรกรในการพัฒนาภาวะผู้นำและการทำงานร่วมกัน กระบวนการกลุ่ม การบริหารจัดการกลุ่ม  กิจกรรมการเสริมสร้างขีดความสามารถขององค์กรเกษตรกรในการปรับปรุงสุขภาพและสุขอนามัยที่ดี  ผลิตอาหารเพื่อบริโภคในครัวเรือน ปลูกผักสวนครัว รั้วกินได้ ไม้ผล ทำปุ๋ยหมัก เลี้ยงไก่  การถนอมอาหารไว้บริโภค  การจัดการบ้านเรือน ปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่และสภาพแวดล้อมการทำงาน  กิจกรรมเสริมสร้างขีดความสามารถขององค์กรเกษตรกรในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรให้ปลอดภัยและได้มาตรฐาน ดำเนินการแปรรูปผลผลิตเกษตร ทำขนมทองม้วน , แปรรูปพริก พริกแกง น้ำพริกกุ้งเสียบ น้ำพริกนรก น้ำพริกเผา ตามแนวทางการผลิตอาหารตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดี(GMP) และพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์

การเสริมสร้างขีดความสามารถขององค์กรเกษตรกรในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรให้ปลอดภัยและได้มาตรฐานกลุ่มได้รับความรู้การแปรรูปผลผลิตเกษตร ตามแนวทางการผลิตอาหารตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดี(GMP)  กลุ่มได้รับความรู้การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้กลุ่มมีรายได้เพิ่ม ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มที่ลงทุนไม่สูง ได้ผลตอบแทนมาก และสามารถพัฒนาให้มีความแตกต่างจากที่อื่นได้ คือ ขนมทองม้วน ที่กลุ่มต้องการสร้างให้เป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มต่อไป

6.  เนื้อหา 

     นางปราณี  รัดกลาง  ได้เล่าให้ฟัง  เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรอำเภอโนนสูง ได้เข้ามาส่งเสริมและถ่ายทอดความรู้การทำขนมทองม้วน  นอกจากจะอร่อยแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย ประโยชน์อย่างไรนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าจะเอาสมุนไพรอะไรมาเป็นส่วนผสม ซึ่งจะเล่าและพาเพื่อนๆสมาชิกทำก็คือทองม้วนสมุนไพรจากงาดำ

เมื่อเสร็จแล้วจะมีกลิ่นหอมรสชาติเข้มข้นเด็กกินได้ผู้ใหญ่กินดี

 

 

ขนมทองม้วน

 

ส่วนผสม

1. แป้งสาลี 1 ถ้วย
2. น้ำตาลทราย ? ถ้วย
3. ไข่ไก่ 1 ฟอง
4. งาดำ 1 ช้อนโต๊ะ
5. หัวกะทิ ? ถ้วย
6. เกลือป่น 1/8 ช้อนชา

7. น้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ
8. น้ำปูนใส 2 ช้อนโต๊ะ ได้จากการนำปูนขาวมาละลายน้ำแล้วทิ้งให้ตกตะกอน เวลานำไปใช้ก็เอาแค่ส่วนที่เป็นน้ำใส ๆ ข้างบน
9. น้ำมันพืชสำหรับทาพิมพ์ทองม้วน
อุปกรณ์
1. พิมพ์ทองม้วน (วันนี้ใช้ขนาด 4 1/2 นิ้ว)
2. แปรงสำหรับใช้ลูบน้ำมันทาบนพิมพ์
3. แท่งไม้ทรงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1/4 นิ้ว สำหรับม้วนขนม

 

วิธีทำ
1. ร่อนแป้งใส่ชามผสม เติมน้ำตาล คนให้เข้ากัน แล้วทำหลุมตรงกลาง
2. ตีไข่แดงไข่ขาวให้เข้ากันดี แล้วผสมหัวกะทิ น้ำปูนใส กระเทียม และเกลือ คนให้เข้ากัน
3. เทส่วนผสมไข่แดงลงในหลุมแป้ง ใช้ตะกร้อมือคน ให้แป้งค่อย ๆ ตกลงในหลุม คนเบา ๆ จนเข้ากันดี
แล้วเทงาลงผสม กวนพอให้เข้ากัน
4. นำพิมพ์ทองม้วนมาอังด้วยไฟอ่อน อังไปจนพิมพ์ร้อนจัด ทาพิมพ์ด้วยน้ำมันทั้งสองด้าน อังไฟให้ร้อนอีกครั้ง ตักแป้งหนึ่งช้อนกินข้าว หยอดบนพิมพ์ด้านหนึ่ง หากใช้พิมพ์ขนาด 4 1/2 นิ้ว ปิดพิมพ์ให้สนิท แล้วอังไฟ รอให้แป้งค่อยเซ็ทตัว แล้วจึงกดด้ามพิมพ์ล็อคตอนปลาย อังไฟอ่อนสักครู่ พลิกกลับข้าง พอเหลืองตรวจดูโดยการเปิดพิมพ์ดู หรือ สังเกตจากแป้งที่เกาะอยู่นอกพิมพ์  ยกพิมพ์ออกจากเตา เปิดพิมพ์ เททองม้วนออกจากพิมพ์ ม้วนกับแท่งไม้ทันทีที่ยังร้อน เพราะถ้าเย็นจะแข็งแห้งกรอบม้วนไม่ได้ ทำทองม้วนจากแป้งที่เหลือจนหมด หลังจากนั้นก็ไม่ต้องทาน้ำมันที่พิมพ์แล้วล่ะค่ะ พิมพ์อยู่ตัวแล้วและความมันจากกะทิในแป้งก็คงพอที่จะทำให้ขนมไม่ติดพิมพ์

 

                  ข้อแนะนำอีกอย่างเกี่ยวกับการอบทองม้วน ก็คือ ต้องอบขนมจนเหลือง อาจจะใช้เวลานิดนึง เพราะถ้าอบขนมไม่เหลืองแล้ว พอม้วนแล้วทิ้งไว้ ขนมจะไม่กรอบ แล้วจะทานไม่อร่อย

7. ส่วนสรุป :

              คุณค่าทางอาหาร


               งา : เมล็ดพืชเล็กจิ๋วที่อุดมไปด้วยสารอาหาร มี 2 แบบ คือ งาดำ และงาขาว นอกจากนี้ยังมีน้ำมันงาที่ใช้ปรุงอาหารได้ดี เพราะมีกลิ่นหอมและกรดไขมันที่มีประโยชน์

 

. . . . สารอาหารที่มีอยู่ในเมล็ดงาล้วนแต่มีประโยชน์ทั้งสิ้น เช่น โปรตีนในงามีกรดอะมิโนจำเป็นต่อร่างกาย คือกรดอะมิโนเมธิโอนีนในถั่วเหลือง มีกรดอะมิโน
ที่จำเป็นตัวนี้น้อยชาวมั
งสวิรัติจึงใส่งาลงไปในอาหารถั่วเหลืองที่ปรุง เพื่อให้มีสารโปรตีนสมบูรณ์มากขึ้น

. . . . ในเมล็ดงามีน้ำมันมาก จึงสกัดออกมาเป็นน้ำมันงาที่มีคุณสมบัติดีเยี่ยม คือ มีกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวสูง ทั้งกรดไขมันโอเมก้า 3 กรดไขมันโอเมก้า 6 ที่มีคุณสมบัติช่วยลดคลอเลสเตอรอล จึงช่วยป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ป้องกันโรคหัวใจ ทำให้ระบบหัวใจแข็งแรง นอกจากนี้ยังมีกรดไขมันไลโนเลอิก (linoleic acid) ซึ่งช่วยทำให้ผมดกดำ บำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้น

. . . . งายังมีวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญ โดยเฉพาะแคลเซียมที่มีมากกว่านมวัวถึง 6 เท่า มีธาตุเหล็ก แมกนีเซียม สังกะสี ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และทองแดง อีกทั้งยังมากด้วยวิตามินบีชนิดต่างๆ ซึ่งดีต่อระบบประสาท ช่วยทำให้นอนหลับ ร่างกายกระฉับกระเฉง พร้อมกันนั้นยังมีสารบำรุงประสาทด้วย และวิตามินอีเป็นตัวแอนติออกซิแดนท์ที่ช่วยต้านมะเร็ง

. . . . เลือกซื้อเมล็ดงาที่สะอาด ไม่มีสิ่งสกปรกเจือปน เมื่อซื้ออมาแล้วให้เก็บใส่ขวด ปิดฝา เมื่อจะใช้ให้คั่วในปริมาณที่พอใช้ เท่านั้น เพราะถ้าคั่วทิ้งไว้กลิ่นจะไม่หอมและเหม็นหืน

 

ประโยชน์ของงาดำ

 

สำหรับประโยชน์ของงาดำนั้น งาดำ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Sesamum orientale L. อยู่ในวงศ์ Pedaliaceae ชื่อสามัญคือ sesame มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศเอธิโอเปีย และถูกนำเข้าไปยังอินเดียและแพร่ต่อไปในจีน แอฟริกาเหนือ เอเซียใต้ และทวีปอเมริกา ซึ่งงาดำมีประโยชน์อย่างมาก การบริโภคงาดำเป็นประจำ จะช่วยให้นอนหลับ
กระปรี้กระเปร่า ป้องกันโรคเหน็บชา บำรุงกระดูก ป้องกันอาการท้องผูก ลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือดบรรเทาอาการริดสีดวงทวาร และช่วยบำรุงรากผม 

ส่วนประโยชน์อีกอย่างหนึ่ง คือ ถ้าใช้น้ำมันงาดิบนวดตัวในตอนเช้าก่อนอาบน้ำ จะช่วยปรับระบบประสาทและระดับฮอร์โมน ให้เข้าสู่สภาวะสมดุล ช่วยคลายเครียดทำให้จิตใจสงบ และยังสามารถนำน้ำมันงาดิบไปใช้นวดตัว เพื่อขจัดอาการปวดเมื่อย คลายกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการปวดเข่า เล็ดขัดยอก และทำให้กล้ามเนื้อไม่เหี่ยวย่น ดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ   รู้ประโยชน์ของงากันอย่างนี้แล้ว อย่าลืมรับประทานงากันบ้างนะคะ เพื่อสุขภาพที่ดี

 

การทำขนมทองม้วนซึ่งมีมาแต่สมัยโบราณ มาดัดแปลงเพิ่มรสชาด เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ ด้วยการเติมสมุนไพร  หรือจะเติมผัก ผลไม้ หรือธัญพืช ก็เป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาไทยที่มีการพัฒนาวิธีนำสมุนไพรมาใช้ประโยชน์ อย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากบริโภคในครัวเรือนแล้วยังสามารถนำมาจำหน่ายในชุมชนทำให้มีรายได้เพิ่มและเงินทองไม่รั่วไหลไปภายนอก  สำหรับเกษตรกรอีกหลาย ๆ คนจะลองหันมาทำทองม้วนสมุนไพร หรือจะคิดสูตรอื่นๆบ้างก็ไม่เป็นการผิดกติกาอย่างใด  ซึ่งถ้าหากสนใจผลิตภัณฑ์ทองม้วนสมุนไพร หรือต้องการจะได้ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ นางปราณี  รัดกลาง  ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์กลุ่มสตรีแม่บ้านเกษตรกรหนองเครือชุด   หมู่ที่ 7 บ้านหนองเครือชุด   ตำบลลำคอหงษ์  อำเภอโนนสูง  จังหวัดนครราชสีมา   โทรศัพท์ 08-6849-5941